ข้อความอ้างอิงสถานที่และทิศทางจากหนังสือ
ภาค 1 ป่าโลกล้านปี

           เรื่องต่อจากตอนอาถรรพณ์นิทรานคร หลังจากถึงตำแหน่งเขาขาดและเห็นว่า ไทรัน มาซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว

           เช้าวันที่ 92 ของการเดินทางมุ่งเข้าหาทะเลสาบมรณะ เมื่อมองไปรอบๆจะพบว่าทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกติดภูเขาเป็นแนวกั้นล้อมไว้ในลักษณะครึ่งวงกลมระยะห่างประมาณ 20-25 กิโลเมตร ด้านตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีภูเขาแต่เป็นแนวป่าสูงสลับทุ่งบางส่วนเป็นละเมาะและป่าโปร่ง ขอบเขาลิบๆ ด้านเหนือคือปลายทิวด้านทิศใต้ของเทือกเขายาวติดกันเป็นพืด ซึ่งในแผนที่ฉบับนี้เรียกว่า "ทิวปีกครุฑ" เป็นเทือกเขาที่ติดต่อกับเทือกเขาพระศิวะ โดยเทือกเขาที่เห็นนี้จะติดต่อกันไปตามตะวันออกเฉียงเหนือราว 30 ดีกรี ยอดทิวจะทวีความสูงขึ้นไปเป็นลำดับจนกระทั่งถึงระดับใจกลางเทือก ...ตรงนี้....ที่ระบุไว้ว่า "เทือกเขาพระศิวะ" "เนินพระจันทร์" จะอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกพระศิวะ เป้าหมายในแผนที่คือตรงนี้ อ้อมไปทางตะวันออก เลาะตามแนวป่าและทุ่ง โดยอ้อนแนวฝั่งทะเลสาบไป ทิศทางเบนขึ้นเหนือ อย่างช้ากะว่าไม่เกิน 5-6 วันเราจะพบ “ทิวปีกครุฑ” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1)

           เส้นทางบ่ายหน้าอ้อมทะเลสาบไปทางตะวันออก ราวๆ บ่ายโมง อยู่บริเวณยอดเนินเตี้ยๆ ลูกหนึ่งทางฝั่ง ตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบ (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1) พบร่องน้ำตอนหนึ่งที่เต็มไปด้วยดอกไม้กินคน หลังเจอโครงกระดูก 2 คน ในดอกไม้กินคน ตัดขึ้นตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งเข้าหาเนินเขาเตี้ยๆ กะว่าคงไม่เกิน 4 วันคงถึง (ทิวปีกครุฑ) จากนั้นมุ่งขึ้นเหนือเลาะไปเป็นลำดับตำแหน่งพักห่างจากดงค้างคาวราวๆ 6-7 กิโลเมตร (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1) ตกค่ำพบมนุษย์วานรซึ่งอาศัยอยู่บริเวณ เขานิลกาญจน์ เส้นทางใดก็ตามที่มนุษย์ใดบุกบั่นบ่ายหน้ามาเพื่อจะให้ถึงเทือกพระศิวะปากทวารแห่งมรกตนคร อันเป็นดินแดนที่ถูกปิดบังอยู่ด้วยมนต์ของเทพเจ้ามาตรว่าผ่านพบสิ่งมีชีพประหลาดชนิดหนึ่ง ลักษณะภายนอกเป็นลิงใหญ่ขนสีดำสนิทปราศจากหาง อาศัยเป็นชมรมหมู่คณะอยู่ตามถ้ำหินตามเชิงเขามีอำนาจและความฉลาดเหนือกว่าดิรัจฉานสัตว์ป่าทั้งปวง ความรู้สึกนึกคิดและมันสมองในร้อยส่วนเต็ม แบ่งเป็นดิรัจฉานประเภทลิงเสีย 75 ส่วน อีก 25 ส่วนเป็นคุณสมบัติของมนุษย์มีภาษาแน่นอน ที่ใช้ติดต่อระหว่าง พวกกันเองได้ รู้จักใช้ประโยชน์ของไฟ ก็จงแน่ใจเถิดว่าเส้นทางที่ผ่านมานี้เป็นเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ให้บ่ายหน้าขึ้นตะวันออกเฉียงเหนือระยะทางเดินอีกไม่เกิน 8 วัน จะถึงยอดสูงสุดของเทือกพระศิวะ...นี้คือถ้อยคำที่หลวงปู่อาจารย์ของผมท่านกำหนดบอกไว้” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1) ซึ่งรพินทร์บอกคณะว่า บริเวณที่เราเดินผ่านและตั้งแค้มป์กันอยู่นี่ ในแผนที่ระบุไว้ว่า หมู่เขา “นิลกาญจน์” อันหมายถึงภูเขาที่มีก้อนหินสีดำ...” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1)

           วันที่ 93 ของการเดินทางหลังจากโดนพวกวานรจับ “พวกมันพาเราบ่ายหน้าไปทาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดเวลาครับ ผมจำได้ว่านี่เป็นทิศทางที่เราต้องเดินตามลายแทง กำหนดให้อยู่แล้วไม่ได้แยกออกไปทางอื่นเลย” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 2) “ทางตะวันออกเป็นแนวป่าหินติดต่อไปจนถึงเชิงเขาที่แลเห็นอยู่โน่น สงสัยว่าจะเป็นถิ่นของเจ้าลิงดำพวกนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็แปลว่าเราใกล้จุดหมายปลายทางของมันเข้ามาแล้ว” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 2)

           วันที่ 95 ของการเดินทางหลังออกจากเขานิลกาญจน์ “เราบ่ายหน้าจากเขานิลกาญจน์มุ่งตะวันออกเฉียงเหนือ” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3) “เราจะพยายามตัดตรงเข้าหาทิวปีกครุฑด้านใต้.... ต่อจากนั้นจะเลาะชายทิวบ่ายหน้าขึ้นเหนือ อย่างที่กำหนดไว้แต่แรก” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           บ่ายหน้าขึ้นเหนือเป้าหมายทิวเขาปีกครุฑ ราวๆ 2-3 ชั่วโมง จะพบแอ่งน้ำเล็กๆ กว้างประมาณ 4 ตารางวา อยู่ในระหว่างหลักก้อนหินโค้งนูนลักษณะเหมือนหลังเต่า 2 ลูก ระดับน้ำลึกประมาณ ไม่เกินหัวเข่า ใสแหนวราวกับตาตั๊กแตน “แอ่งน้ำเล็กๆข้างหน้าเรานี่แหละครับ ในลายแทงระบุไว้ว่า ‘แอ่งการะเวก’ ซึ่งคงหมายถึงว่าเป็นแอ่งน้ำที่นกการะเวกลงกิน” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           ที่ราบตลอดระยะทางจากภูเขานิลกาญจน์ถึงเนินพระจันทร์ “แผ่นดินกว้างใหญ่เจ้าของแผนที่เรียกว่า ‘ทุ่งลมกรด’" (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           ที่หมายอันดับต่อไปคือ “หลุมอุกกาบาต หลุมที่ 1” คำว่าหลุมที่ 1 ก็ต้องหมายความถึงว่ามีมากกว่า 1 หลุม “โดยทิศทางเดียวกัน มีอยู่สามหลุม เว้นระยะห่างเท่ากัน คำนวณจากระยะทางนี่ แต่ละหนึ่งหลุมที่เราจะมุ่งเข้าหาเป็นลำดับไป คงจะต้องใช้เวลาเป็นวันเหมือนกัน หลุมแรกที่จะถึงเป็นหลุมเล็กที่สุดต่อไปก็จะใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ สองวันต่อจากนี้ไป เราคงไม่ต้องไปคำนึงถึงที่ไหนอื่นใดก่อนทั้งสิ้น นอกจากผ่านให้ได้ทั้งสามหลุมเสียก่อน (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           “เมื่อท่านบรรลุถึงหลุมอุกกาบาตที่ 3 หันหน้าเข้าหาทิวเขาอันยาวเหยียด ที่ขวางกั้นอยู่ทางทิศเหนือ จะแลเห็นเป็นรูปพญาครุฑการปีกผงาดอยู่ปลายปีกซ้าย ทอดลงสู่ด้านใต้ ปลายปีกขวา ทอดไปสู่ด้านเหนือ จะงอยปากจะชี้ไปทางตะวันออกมีลักษณาการประหนึ่งจะไซร้ขนปีก ณ หลุมอุกกาบาต ตำแหน่งที่ท่านยืนพินิจเห็นภาพดังนี้แลจงบ่ายหน้าไปตามปลายจะงอยปากครุฑที่ชี้บอกทางเป็นเส้นตรง มาตรว่าหันหลังกลับมาครั้งใด ยังเห็นสันเขาด้านหลังเป็นรูปพญาครุฑอยู่เช่นนั้น เส้นทางที่ท่านเดินถูกต้องแล้วมาตรว่าสันเขา แปรเปลี่ยนรูปผิดไป จงหาเส้นทางที่ถูกต้องใหม่ เหลียวหลังกลับมาครั้งใดเห็น พญาครุฑ ภายใน 3 วัน ท่านจะบรรลุเนินนพระจันทร์ ผิดจากที่กำหนดบ่งรหัสนี้แล้วไซร้ ตลอดทั้งชีวิต ท่านจะไม่มีวันบรรลุถึงได้เลย” (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           วันที่ 96 ของการเดินทางต้องค้นให้พบ ดงว่านหิน-ช่องประตูผา เพื่อเป็นเครื่องยืนยันทิศทาง และเพื่อชี้บอกไปยังหลุมอุกกาบาตที่ 1 (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3) ในดงหินนั้นจะมีหินสูงใหญ่ เหนือกว่าก้อนหินอื่นใดในละแวกนั้นอยู่ 2 ก้อน ยืนอยู่เคียงคู่ขนานกัน กำหนดไว้ว่า ‘ช่องประตูผา’ ณ ช่องประตูผานั้นให้ถือเป็นจุดเริ่มต้น หันหน้าตั้งทิศไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยไม่เบียนเบนออกไปเลย แม้แต่องศาเดียว ถ้าตะวันเริ่มขึ้นตรงประตูผาระยะทางถึงหลุมอุกกาบาตหลุมที่ 1 ก็จะเป็นเวลาตะวันอยู่ตรงศีรษะ” (ประมาณ 5-6 ชม.) (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)

           จุดใหญ่ที่สุดก็คือเทือกเขาอันเป็นเส้นยาวเหยียด ลากจากใต้ทอดไปสู่เหนือ การเดินจากหลุมอุกกาบาตที่ 2 มุ่งเข้าหาเส้นกั้น ประดุจกำแพงนี้ โอบเบนขึ้นเหนือ เลียบช่องตีนทิวเขาบริเวณแถบใต้ขึ้นไปยังจุดหนึ่ง อันระบุไว้ว่าเป็นหลุมอุกกาบาตที่สาม ซึ่งแวดล้อมไปด้วยยอดเขาสูงๆต่ำๆ นับไม่ถ้วน ทิวเขาบริเวณนี้ ในส่วนที่ลาดต่ำลงมาตรงตีนเนิน มีส่วนที่ยืนออกมาสองด้าน เหมือนรูปเกือกม้า ขึ้นปลายทั้งสองของตำแหน่งหลุมอุกกาบาตที่สามอยู่ทางตะวันตกระหว่างกึ่งกลางป่าโลกล้านปี (ป่าโลกล้านปี เล่ม 4)

### -- จบตอนป่าโลกล้านปี ภาค 1 -- ###

รวบรวมโดย  ~ เ จ้ า ถุ ง ~